เทคนิคจัดกลุ่มสินค้าแบบ ABC-XYZ Analysis เพื่อการจัดการคลังสินค้าที่แม่นยำและลดต้นทุนจม
ผ
ผู้ดูแลระบบ (Admin)
เผยแพร่เมื่อ 30 สิงหาคม 2569
อ่านประมาณ 7 นาที
381 ครั้ง
สินค้าในคลังมีนับพันรายการ จะดูแลอย่างไรให้ทั่วถึง? มารู้จักการวิเคราะห์แบบ 2 มิติ ABC-XYZ Matrix เพื่อโฟกัสสินค้าที่สร้างกำไรสูงสุด
สารบัญเนื้อหาในบทความ
กฎ 80/20 (Pareto Principle) ในการจัดการคลังสินค้า
สินค้าในคลังสินค้าส่วนใหญ่มีเพียง 20% ของรายการสินค้าที่สร้างมูลค่าถึง 80% ของยอดขาย การบริหารสินค้าทุกตัวด้วยวิธีเดียวกันจึงเป็นการเสียเวลาและทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์
มิติที่ 1: ABC Analysis (แบ่งตามมูลค่าการใช้งาน)
- กลุ่ม A (มูลค่าสูง): 10-20% ของรายการสินค้า แต่คิดเป็น 70-80% ของมูลค่ารวม ต้องนับสต๊อกทุกสัปดาห์
- กลุ่ม B (มูลค่าปานกลาง): 30% ของรายการสินค้า คิดเป็น 15-20% ของมูลค่ารวม นับสต๊อกทุกเดือน
- กลุ่ม C (มูลค่าต่ำ): 50% ของรายการสินค้า แต่คิดเป็นเพียง 5% ของมูลค่ารวม สั่งซื้อครั้งละมากๆ ได้
มิติที่ 2: XYZ Analysis (แบ่งตามความผันผวนของความต้องการ)
- กลุ่ม X: ยอดขายสม่ำเสมอ คาดการณ์ง่าย
- กลุ่ม Y: มีความผันผวนตามฤดูกาล
- กลุ่ม Z: คาดเดาไม่ได้เลย มีคำสั่งซื้อนานๆ ครั้ง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
กลุ่มสินค้าใดที่ต้องควบคุมเข้มงวดที่สุด?
กลุ่ม AX (มูลค่าสูง ยอดขายสม่ำเสมอ) และกลุ่ม AZ (มูลค่าสูงแต่คาดเดายาก เสี่ยงเงินจมสูง)
ใช้โปรแกรมอะไรทำ ABC-XYZ Analysis ได้บ้าง?
เริ่มต้นทำบน Excel ได้ หรือให้ระบบ Web Application คำนวณจัดกลุ่มอัตโนมัติจากฐานข้อมูลประวัติการขาย
แบ่งปันบทความนี้ให้เพื่อนร่วมงาน: